ต่ำกว่านี้ไม่คุย! ม้าลายเคาะค่าตัว “เดมิราล” 40 ล้านยูโร

“ม้าลาย” ยูเวนตุส ตกเป็นข่าวสารว่าตั้งค่าตัวแผงหลังอนาคตไกลอยาง เมรีห์ เดมิราล ไว้ที่ 40 ล้านยูโร หลังนักเตะได้รับความพึงพอใจจาก เอฟเวอร์ตัน

เดมิราล ย้ายจาก ซาสซูโอโล่ มาอยู่กับ ยูเวนตุส เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่อาจจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้

ปราการหลังวัย 23 ปีกำลังได้รับความพึงพอใจจาก เอฟเวอร์ตัน อย่างจริงจัง ภายหลังที่ผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ อยากได้เสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งแผงหลัง

ล่าสุด มีข่าวสารว่า ยูเวนตุส พร้อมปล่อยลำแข้งทีมชาติตุรกีออกมาจากทีมหากได้รับข้อเสนอ 40 ล้านยูโร โดยเว้นแต่ เอฟเวอร์ตัน แล้ว ยังมี ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, อาแอส โรม่า รวมทั้ง อตาลันต้า แสดงความพึงพอใจอยู่เช่นเดียวกัน

“อลาบา” เปิดตัวซบ มาดริด ใส่เสื้อเบอร์ 4

ดาวิด อลาบา ยกเสื้อเปิดตัวเป็นนักฟุตบอลใหม่ของ เรอัล มาดริด พร้อมทั้งสืบต่อเบอร์ 4 ของ เซร์คิโอ รามอส เซ็นสัญญายาว 5 ปี

เรอัล มาดริด เปิดตัว ดาวิด อลาบา เป็นนักฟุตบอลใหม่ของชมรมอย่างเป็นทางการแล้ว ภายหลังจากถึงปากกาเซ็นสัญญาช่วงเวลา 5 ปี ตามด้วยการยกเสื้อหมายเลข 4

อลาบา มีกำหนดเปลี่ยนร่างเป็นนักฟุตบอล เรอัล มาดริด อย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 21 ก.ค. โดยมีการตรวจสุขภาพกันในช่วงเวลาเช้าที่โรงพยาบาล อูนิเวร์สิตาริโอ ซานิตาส ลา โมราเลฆา แล้วดาวเตะทีมชาติออสเตรียก็ลงหมึกเซ็นสัญญาช่วงเวลา 5 ปี ก่อนทำการยกเสื้อหมายเลข 4 ร่วมกับประธานชมรม ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ
อลาบา กล่าว”สวัสดีครับทุกคน ขอบคุณมากอย่างมากสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น เป็นวันอันเหมาะสมที่สุดในทางอาชีพของผมเลย ผมตื่นเต้นมากมาย”

“ผมกระหยิ่มใจเป็นอย่างยิ่งรวมทั้งรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ใส่ชุดขาวของ มาดริด แน่ๆว่าผมจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อไปถึงเป้าหมายด้วยกัน Vamos! Hala Madrid!”

เปเรซ ก็กล่าวถึงการย้ายตัวของ อลาบา ว่าจะก่อให้แฟนบอลตื่นเต้นรวมทั้งมอบจุดมุ่งหมายให้เขาสร้างผลงานแปลงเป็นสาระสำคัญในประวัติศาสตร์ชมรม
ทำให้การมองเห็นดีเห็นชอบขึ้น 89% อย่างเร็ว หมอรักษาตาตลึง

“เมื่อใดก็ตามที่นักฟุตบอลอันเหมาะสมที่สุดย้ายเข้าสู่ทีม, มาดริดิสต้า รู้สึกเนื้อเต้นเป็นพิเศษอยู่เป็นประจำ การย้ายมาร่วมทีมของนักฟุตบอลอันเหมาะสมที่สุดประจวบกับสมัยอันเหมาะสมที่สุดที่มี อันเชลอตติ กลับมาร่วมงานพอดี พวกเราอยากให้แฟนบอลกระหยิ่มใจในทีมของพวกเรา”

“พวกเราขอต้อนรับนักฟุตบอลอันเหมาะสมที่สุดแบบ อลาบา ผมอยากขอบคุณมากที่เขาเลือก มาดริด คุณย้ายมาจากหนึ่งในชมรมที่ยอดเยี่ยมในโลก, ชมรมฉันมิตรที่คุณครอบครองแชมป์ด้วยกันมา 28 ครั้ง คุณเป็นเยี่ยมในยอดตำนานของ บาเยิร์น”

“คุณย้ายมาอยู่กับ มาดริด โดยที่ได้เรื่องเห็นด้วยจากวงการบอลอย่างเต็มเปี่ยม คุณจะมาเจอกับความท้าอันน่าตื่นตาตื่นใจ, ที่จะปัดกวาดแชมป์ร่วมกับ มาดริด รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในประวัติศาสตร์ชมรม ขอต้อนรับสู่ชมรมที่คุณใฝ่ฝันจะครอบครองแชมป์ใหม่ๆยินดีต้อนรับสู่บ้านข้างหลังใหม่”

อึ้งกันทั้งโลก! “ทีมนอกลีกอังกฤษ” เปิดตัวใช้ชุดแข่งขันแบบซีทรูโปร่งแสง

นับว่าสั่นวงการชุดแข่งฟุตบอลอีกแล้วสำหรับ เบเดล เอฟซี สมาคมลูกหนังจาก นอร์ท ไรดิ้ง ลีก (นอกลีก) จาก นอร์ท ยอร์คเชียร์ ที่เปิดตัวชุดแข่งใหม่ประจำฤดูกาล 2021-22 ที่ทำเอาแฟนบอลจะต้องอึ้งแน่นอน

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาสมาคมแห่งนี้จัดว่าขึ้นชื่อในเรื่องของชุดแข่งสุดแปลกประหลาด แต่ว่ากับครั้งนี้จะต้องกล่าวว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อนในโลกแน่นอน เพราะมันมาในชุดซีทรูแบบโปร่งแสงเห็นข้างในแบบแจ่มกระจ่าง

โดยชุดแข่งนี้ถือเป็นความร่วมมือกับ Prostate Cancer UK (ศูนย์สถาบันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แห่งสหราชอาณาจักร) ที่ทำแคมเปญออกมารณรงค์ให้เพศชายเข้ารับการตรวจโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยชุดแข่งจะมีลูกศรสีขาวขนาดยักษ์ที่กางเกง และก็เชิ้ตชี้ไปที่ความเป็นลูกผู้ชาย พร้อมข้อความว่า “อย่าลืมสำรวจ”

ยิ่งกว่านั้นทางสมาคมจาก นอร์ท ยอร์คเชียร์ จะบริจาคเงินปริมาณ 5 ปอนด์ จากแนวทางการขายชุดแข่งได้หนึ่งตัว ซึ่งพวกเขาตั้งเป้าที่จะระดมทุนให้ได้ 200,000 ปอนด์ เพื่อบริจาคให้กับ Prostate Cancer UK

สำหรับ เบเดล เอฟซี กลายเป็นที่พอใจไปทั่วทั้งโลกเมื่อ Heckfood บริษัทผลิตอาหารดัดแปลงขนาดใหญ่ ผู้สนับสนุนของพวกเขาได้ว่าจ้างพวกเขาสวมเสื้อที่วางแบบเป็นรูปไส้กรอก และก็ ฮอทด็อกราดซอส มาแล้วกับ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ด้าน แอนดรูว์ คีเบิ้ล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Heckfood บริษัทผลิตอาหาร ได้บอกว่า “เราเริ่มจากชุดไส้กรอกไม่มีอันตรายเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งมันกลายเป็นแรงผลักดันอย่างใหญ่โตให้กับพวกเราที่จะผลิตชุดแข่งที่มีแนวคิดใหม่ๆออกมาเสมอ”

งวยงงกันหมด! “ดานี่ อัลเวส” หน้าแข้งดังบราซิลพก “กลอง” ประจำตัวลุยศึกโอลิมปิก

ดานี่ อัลเวส แนวรับจอมเก๋ากลุ่มชาติบราซิล ตกเป็นข่าวดังหลังถูกจับภาพถึงที่เหมาะท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว ว่านำกลองทิมบาจากถิ่นกำเนิดติดตัวมาร่วมแข่งในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว

โดย ตัวบุกปีกขวาวัย 38 ปี ได้รับการเรียกตัวให้เข้ามาเป็นโควตาผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี ของกลุ่มชุดนี้ เดินทางถึงท่าอากาศยานโตเกียว เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก่อนได้รับความพอใจจากบรรดาสื่อหลายสำนัก

สำหรับ กลองอะลูมิเนียมที่เจ้าตัวนำติดตัวมาด้วยนั้น เป็นกลองที่ทำมาจากรัฐบาเอีย ถิ่นกำเนิดของเจ้าตัวนั่นเอง โดยหน้าแข้งดังสังกัด เซา เปาโล หวังว่าเครื่องดนตรีประเภทนี้จะก่อให้เขาโชคดีสำหรับการแข่ง แล้วก็สามารถคุ้มครองปกป้องแชมป์ไว้ได้อีกสมัย

อย่างที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า ชาวบราซิล ถือเป็นชาติที่บันเทิงใจเป็นชีวิต แล้วก็เสียงกลองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดที่สร้างความสำราญ แล้วก็แล้วก็ความรื่นเริงข้างในกลุ่มระหว่างที่จำเป็นต้องสู้ศึก โอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ บราซิล ภายใต้การนำกองทัพของผู้จัดการทีมฟุตบอล อันเดร ชาร์ดีน อยู่กลุ่มดี ร่วมกับ เยอรมนี, ไอวอรี่โคสต์ แล้วก็ ซาอุดีอาระเบีย โดยเกมแรกของพวกเขาเป็นการพบกับ “อินทรีเหล็ก” ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค. นี้

คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด จ้องสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉันลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ แถลงการณ์ว่า เจสซี ลินการ์ด มิดฟิลด์ตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นจุดมุ่งหมายในตลาดซื้อขายซัมเมอร์ของ แอตเลตำหนิโก มาดริด ทีมแชมป์ลาลีกา ประเทศสเปน

ดาวเตะวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงครึ่งฤดูหลัง ทำเป็น 9 ประตูจากการลงไปในสนาม 16 นัดช่วยทำให้ทีมของ เดวิด มอยส์ คว้าอันดับ 6 ของตารางรวมทั้งผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงเช่นนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้งเมื่อเดือนมีนาคมรวมทั้งยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักฟุตบอลที่ถูกเรียกมาเตรียมพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แม้กระนั้นก็ถูกเอาทิ้งจาก 26 คนท้ายที่สุดก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างน่าเสียดาย

สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ ถึงแม้ทาง โอเล กุนทุ่งนาร์ โซลชา จะออกมายืนยันว่าเขายังปรารถนาเก็บนักฟุตบอลเอาไว้กับทีมถัดไป แม้กระนั้น เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด ก็ปรารถนาดึงเขากลับไปร่วมทีมอีกครั้ง รวมทั้งจากรายงานล่าสุดกล่าวว่า แอตเลตำหนิโก มาดริด ของ ดิเอโก สิเมโอเน ก็ให้ความสนใจอยู่ด้วยด้วยเหมือนกัน

คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดซื้อขายราวๆ 25 ล้านปอนด์ในขณะที่สัญญาของเขาเหลืออีกเพียงแค่ปีเดียว ซึ่งทางทีมขุนค้อนมีแผนในการที่จะขอยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดู ในขณะที่เจ้าตัวปรารถนาย้ายทีมแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดการออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกใส่ชุดแข่งขันที่มีสีเขียวลงไปในสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด

Football Italia สื่อดังจากแดนมักกะโรนี แถลงการณ์ว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่มอีกที เพื่อกล้องถ่ายรูปถ่ายทอดสดดำเนินการได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งอำนวยความสะดวกต่อคนที่เป็นโรคตาบอดสี

รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงคราวนี้เหมาแล้วก็ เสื้อ กางเกง รวมทั้งถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวอีกทั้งโทนเข้มรวมทั้งอ่อน ส่วนในเรื่องที่ชุดแข่งขันมีมากยิ่งกว่า 2 สี ต้องให้สีอื่นมีความสะดุดตากว่าสีเขียวเท่านั้น รวมทั้งจะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตกลงใจประกาศให้ทราบตั้งแต่ฤดูนี้เพื่อทุกครั้งมมีเวลาเตรียมความพร้อม

จากการประกาศกฎดังกล่าวข้างต้น แน่นอนว่าสมาคมที่ได้รับผลพวงเยอะที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งขันหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

ถึงแม้ทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดครองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตัวเอง เนื่องจากเสียท่าแพ้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา 0-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ วัวขว้าง อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล

แต่มีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 คนที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เนื่องจากได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน พัลมิเอรี แล้วก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้ทีมลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งผอง 6 คน เป็นต้นว่า เปกระเป๋า แผงหลังทีมชาติโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แผงหลังทีมชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวาทีมชาติยูเครน แล้วก็ 3 นักฟุตบอลทีมชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยทั้งยัง 6 คนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งผองเลยด้วย

แต่ว่ามีอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สโมสรฟุตบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย นั่นก็คือ จอร์จินโญ่ เนื่องจากได้ย้ายมาปักหลักรกรากในประเทศอิตาลีตั้งแต่ขณะที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปี แล้วก็ได้รับสัญชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อไปได้เริ่มต้นอาชีพค้าหน้าแข้งกับ เวโรนา ในตำแหน่งมิดฟิลด์เมื่อปี 2010 แล้วก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ นาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งปัจจุบัน


ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ชอน เคยค้าหน้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ว่าได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 แล้วก็ได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ขณะที่ โตลอย เพิ่งจะได้สัญชาติในตอนต้นปี 2021 ภายหลังที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองข้างหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015


ที่ผ่านมามีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครองแชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อขณะที่สวมบทเป็นกองกลางทีมชาติประเทศสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นคนที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองข้างหลังทีมชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าเวลานี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครองแชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว ด้วยเหตุว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน แล้วก็ โตลอย แปลงเป็นอีก 3 หน้าแข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาพร้อมใจ เนื่องจากได้ใส่เสื้อของทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยินยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงลายมือชื่อนัดหมายชิงยูโร 2020 จำเป็นต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงแชมป์บอลยูโร 2020 ที่ผลสรุปเป็น ทีมชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ ทีมชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเท่ากันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความหมดหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์

ปัจจุบัน มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลทีมชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมเซ็นชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดหมายชิงแชมป์ใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่แฟร์

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าโจมตีไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินประชาชนชาวเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นกล่าวว่าวินิจฉัยบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรจะให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้แค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรเป็นใบแดงเช่นกัน

จนถึงเวลานี้ มีแฟนบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมเซ็นชื่อใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งขันกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งนอกจากพวกเขาเห็นว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มเพราะว่า ทีมชาติอิตาลีเล่นแรงเกินความจำเป็น โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ

อย่างไรก็แล้วแต่ การร่วมเซ็นชื่อคราวนี้อาจเป็นไปได้เพียงแต่การแสดงออกทางข้อคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้อะไร

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดบีบคั้น

“สิงโตขู่คำราม” ทีมชาติอังกฤษ จำต้องเจอกับความสิ้นหวังอีกที หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดลูกโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจำต้องรอการบรรลุผลต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว

แม้กระนั้นมีหลายเสียงวิจารณ์หลังเกมอย่างใหญ่โต เกี่้ยวกับการตัดสินใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดลูกโทษในเกมที่มีความกดดันสูง ทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) แล้วก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด

โดยหลังเกม ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 50 ปี ออกมาอธิบายถึงประเด็นนี้ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นกับผม พวกเขามิได้เสนอตัว แต่ว่าผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดลูกโทษเอง โดยพินิจจากภาพรวมสำหรับเพื่อการฝึก ถ้าหากคุณจะโทษใครกันแน่ คนนั้นควรเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะมิได้อยู่ตามลำพังคนเดียว แต่ว่าพวกเราจะอยู่ข้างเคียงเขา”

 

นอกจากนั้น สมัยก่อนปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เปิดเผยถึงต้นเหตุว่าเหตุใดทีมก็เลยหันมาเล่นเกมรับ แล้วก็ตัดสินใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอเพียง โน่นทำให้เราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็ดังการพนัน ถ้าหากเราเปิดเกมรุกแลกก่อนหน้านี้ เราก็บางครั้งอาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นได้”

บทสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นยอดเยี่ยม, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งยอดเยี่ยม ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

ภายหลังที่ อิตาลี ผงาดคว้าชัยชนะ ยูโร 2020 ถึงประเทศอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษชี้ขาด 3-2 คว้าชัยชนะมาครอบครองเป็นยุคลำดับที่สองภายหลังเคยคว้าทำได้เสร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นเยี่ยมยอดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ รวมทั้งช่วยให้ทีมของเขาคว้าชัยชนะ ยุโรป เสร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968

นอกจากนี้เขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดรวมทั้งเสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นคนอื่นในรายการ

ทำเนียบนักเตะเยี่ยมยอด ศึกยูโร 7 ครั้งล่าสุด
– ปี 2020 : จานฝ่าจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (สเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งเยี่ยมยอด – เปดรี (สเปน)

 

ตอนที่ เปดรี มิดฟิลด์ของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งเยี่ยมยอดประจำทัวร์นาเมนต์

นักเตะวัย 18 ปีลงเล่นเกือบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงทดเวลาในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้กระทั้งอันเดรส อิเนียสต้าเองก็มิได้ทำแบบนั้น มันช่างเกินจริง ไม่เหมือนใคร” หฝ่าส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูเท่ากับ ปาตริก ชิก แนวรุกทีมชาติสาธาณรัฐเช็ก แม้กระนั้นดาวเตะดินแดนฝอยทองทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอบครอง

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

ชิงชัยรวม 51 นัด

ยิงกันทั้งผอง 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ยิงประตูสูงที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตสูงที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครอบครองบอลเฉลี่ยสูงที่สุด สเปน – 66.8%

ผ่านบอลแม่นยำที่สุด สเปน – 89.3%

เซฟสูงที่สุด แยน ซอมเมอร์ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปินาซโซลา (อิตาลี) รวมทั้ง เนหรูหรา (ฮังการี) – 33.8 กม./ชั่วโมง

ทำฟาวล์สูงที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง